Entertain - นิตยสารบันเทิงต่างประเทศที่ขายดีที่สุดในไทย 
username: password:   | Register

     

:: Thailand Box Office 28-31 ธันวาคม 2560 Date: 05-Jan-2018 14:47 :: :: Thailand Box Office 28-31 ธันวาคม 2560 Date: 05-Jan-2018 14:47 :: :: Thailand Box Office 28-31 ธันวาคม 2560 Date: 05-Jan-2018 14:47 ::
 
คุยกับ ครี ในหนังร้อน Date : 2010-08-17 12:38:34
คุยกับ ครี ในหนังร้อน
Rating : 0.00 Review : 3,361 Comment : 0

มากกว่าความหวือหวาที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง

อีกหนึ่งบทบาททางการแสดงที่สุดท้าทายโดยไม่ใช้สแตนอิน

บนพื้นฐานของความอีโรติกที่ถูกตีความโดย “ครี-พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา”

กับ “โสบนเตียง”ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกภายใต้โปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง”

Q.   โปรเจ็คต์เรื่องน้ำตาลแดงตอนโสบนเตียงเนี่ยรับบทเป็นใร  คาแร็คเตอร์เป็นยังไง
ครี :
สวัสดีค่ะ ครี  พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา ค่ะ  ในโปรเจ็คต์ภาพยนตร์เรื่องน้ำตาลแดง  ในพาร์ทของ “โสบนเตียง”  ครีรับบทเป็นดาค่ะ  คาแรคเตอร์ของดาก็จะเป็นสาวเปรี้ยว  สาวที่มีความมั่นใจ  แล้วก็เป็นคนที่มีความกล้าคิด กล้าทำ  กล้าแสดงออก  แล้วก็มีความชัดเจนในชีวิต  คือว่าอยากจะทำอะไรก็ทำเลย  แล้วก็ค่อนข้างชัดเจนในสิ่งที่ต้องการด้วย  สมมติว่าวันนี้อยากจะสวยก็สวยให้ถึงที่สุด  วันนี้อยากจะทำอะไรก็ทำให้ถึงที่สุด  เป็นคนที่ชัดเจนในทุกๆเรื่องแต่ทุกอย่างก็ต้องตั้งอยู่บนหลักของความถูกต้องคะ


Q. เป็นไงมาไงถึงเข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์ “น้ำตาลแดง” ได้
ครี :
คือต้องเท้าความก่อนเลยว่าครีเป็นคนที่เรียนอาร์ตมาอยู่แล้ว  แล้วก็ทำงานเกี่ยวข้องกับหัวข้อสรีระของผู้หญิงอยู่แล้ว  แล้ว ทีนี้ด้วยความที่เรามีความเข้าใจอยู่แล้วเป็นทุนเดิม  ครีเองเคยไปให้สัมภาษณ์หนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับงานที่ทำค่ะ  แล้วพอดีพี่ผู้กำกับได้ไปอ่านบทความชิ้นนั้น  เป็นบทความที่ครีเขียน Thesis เกี่ยวกับเรื่องสรีระของผู้หญิง เป็นเรื่องบอดี้เพ้นท์  แล้วก็เป็นเรื่องของการทำวีดีโออาร์ต แต่เกี่ยวกับเรื่องของผู้หญิง  แล้วพี่ต้นผู้กำกับเนี่ยเค้าต้องการคนที่เข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว  แล้วเขาก็ไปได้เบอร์ครีมาจากใครสักคนนี่แหละค่ะ  ซึ่งเขาเห็นว่าหน่วยก้านเราตรงกับคาแร็คเตอร์ที่เขาตั้งไว้  ก็เลยโทมาหาครี เรียกเข้ามาคุยกัน แล้วก็เอาบทให้ดู  ทีนี้ครีก็ได้ดูทั้งบท  สตอรี่บอร์ดทุกอย่าง
ต้องบอกว่าบทเรื่องโสบนเตียงเป็นบทที่น่าสนใจมากสำหรับครี แล้วก็คือเรามีความเข้าใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ถ้าเกิดคนอื่นมาอ่านอาจจะมีความรู้สึกว่าอืม..แรงไปมั้ย อะไรอย่างนี้นะคะ  แต่สำหรับครีมีความรู้สึกว่างานชิ้นนี้มันไม่ใช่ภาพยนตร์ธรรมดามันยังเป็นอาร์ตด้วย  เพราะฉะนั้นสิ่งที่น่าสนใจ มันเป็นความหมายที่แฝงอยู่ข้างในงานชิ้นนี้นะค่ะ  ก็สนใจมากใช้เวลาตัดสินใจไม่นานค่ะ 

Q.  ความรู้สึกที่มีต่อความ “อีโรติก” ของโปรเจ็คต์
ครี :
คือจริงๆแล้วครีไม่รู้สึกว่า “อีโรติก” คือหนังเรทอาร์หรือหนังโป๊ หรือหนังที่มุ่งแต่จะขายเซ็กส์อะไรขนาดนั้น  เราต้องยอมรับว่านี่คือประเทศไทยเพราะฉะนั้น เราจะใช้มุมกล้องหลบอะไรอยู่ตลอดเวลา  ส่วนตัวครีมองว่าเวลาเราดูหนังทั่วๆไปในแวดวงฮอลลีวู้ด หรือหนังจากประเทศต่างๆ นะคะ  เรายังเห็นเปลือย  จูบจริง เรายังเคยถามเลยว่าเขาเล่นจริงๆรึเปล่า  ครีคิดว่าการที่เราคิดโปรเจ็คต์นี้ขึ้นมา โดยที่เราเรียกแนวหนังของเราว่าอีโรติกอาร์ตเนี่ยะ  ครีถือว่ามันเป็นบันไดก้าวสำคัญมากๆ สำหรับวงการหนังเมืองไทย ที่ว่าเราจะไปอีกขั้นหนึ่งแล้วนะ ที่จะไปเทียบเท่าสู่สากลนะคะ  ใช่ว่าปีสองปีที่ผ่านมาก็จะมีแต่หนังผี  หนังตลก  หนังรักคิกขุวัยรุ่น  คือเราจะมีพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งแล้วนะ ที่นักแสดงจะกล้าเล่นจริง แล้วก็ในบทบาทเนี่ยะกล้าที่จะเสนอความจริงๆบนโลกใบนี้นะค่ะ  มันเป็นภาพที่แสดงออกมาจริงๆโดยที่ไม่หลอกคนดูค่ะ  ครีถือว่าการที่มีโปรเจ็คต์นี้ขึ้นมา ทำให้เราเปิดมุมมองกับคนดูมากขึ้น  แล้วก็ทำให้เราซื่อสัตย์กับคนดูมากขึ้น   เพราะฉะนั้นเนี่ยะ ครีรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่ายินดีซะอีกที่เราจะได้เสพอะไรที่มันจริงมากขึ้น 

Q.กับความรู้สึกที่ตัวโปรเจ็คต์ถูกนำเสนอจากไอเดียของผู้กำกับรุ่นใหม่ถึง6คนที่เลือกนำเสนออีกแนวทางของภาพยนตร์ซึ่งแตกต่างจากที่เป็นมา
ครี :
คือครีรู้สึกดีมากๆเลยนะที่มีทรัพยากรบุคคลรุ่นใหม่ๆ ที่กล้าคิดจะทำมุมมองนี้ขึ้นมา  โดยที่ครีก็เป็นทรัพยากรคนหนึ่งเหมือนกันที่เรียนมาทางด้านทำหนัง  ซึ่งครีรู้สึกว่าถ้าไม่มีผู้กำกับทั้ง 6 คนนี้ เมื่อไหร่ล่ะเราจะมีโปรเจ็คต์ดีๆแบบนี้ขึ้นมา  ครีคิดว่ามันถึงเวลาแล้วค่ะที่เราจะก้าวไปอีกก้าวหนึ่ง แล้วก็เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่  แล้วก็น่าจะช่วยสนับสนุนผลักดันกัน  ตัวผู้กำกับทั้ง 6 คนนี้ก็เป็นอะไรที่น่าจับตามองมากค่ะ

Q.สำหรับตัวหนังแสดงแล้วการที่เข้าไปมีบทบาทในภาพยนตร์แนวอีโรติก ถือว่าเป็นความท้าทายทางการแสดงอย่างไร
ครี :
ความท้าทายของการแสดงในหนังเรื่องนี้นะคะ  หนึ่งเลย คือเราต้องเล่นจริงแล้วก็บทค่อนข้างหวือหวา เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีสมาธิสูงมาก  แล้วก็อีกอย่างหนึ่งเรื่องนี้ไดอาล็อคไม่เยอะ  คือไม่ใช่เป็นหนังพูดๆๆเพื่อแสดงอารมณ์  แต่หนังเรื่องนี้จะเน้นใช้กิริยาท่าทางในการแสดงอารมณ์  ใช้สายตาเป็นตัวบอกความรู้สึกเหมือนแทนไดอาล็อคค่ะ  คือมีไดอาล็อค  แต่ไม่ได้เป็นตัวชูโรงขนาดนั้น  คือมันต้องมาจากข้างในคือต้องมาจากอินเนอร์คะ  เราจะต้องทำการบ้านอย่างดีที่สุด  เราจะต้องมีสมาธิให้มากที่สุด  เพื่อให้ทุกอย่างมันผ่านไปได้อย่างรื่นไหลที่สุด  เพราะว่าครีถืออยู่อย่างหนึ่งคือว่าถ้าเล่นหลายๆรอบเนี่ยมันจะช้ำ  เพราะฉะนั้นทุกครั้งจะพยายามให้เทคเดียวผ่าน  เนี่ยะแหละคือความท้าทายของมัน

Q.  แล้วการที่จะสื่อความหมายให้ตรงกับที่ผู้กำกับต้องการ ตัวนักแสดงเองจะต้องมีการตีความออกมาอย่างไร
ครี :
ยอมรับเลยว่าอ่านบทครั้งแรกปุ๊บชอบ  แต่พออ่านไปอ่านมามันมีความหมายมากกว่านั้น  แล้วก็พยายามโทรหาผู้กำกับว่าความหมายอย่างนี้ใช่มั้ย  ถูกต้องไหมคะ  คือเขาก็บอกว่าพยายามลองคิดนะ  คือพี่ต้นไม่เคยบอกเลยว่ามันคืออย่างนี้นะ ให้ไปคิดเองแล้วก็มาบอกเขาอีกครั้งหนึ่ง  พอเราไปบอกเขาก็จะบอกว่าไปคิดว่าอีกทีหนึ่ง  เราก็จะรู้แล้วเหมือนเราจะค่อยๆเข้าใจขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ  แล้วเราก็จะเป็นดาในที่สุด คือครีอ่านบทบ่อยมาก  อ่านแบบประมาณเดือนหนึ่งคะเพื่อที่จะซึมซับมันให้มันตกตะกอนอยู่ในใจให้มากที่สุด  ให้เรารู้สึกว่าตอนเราอยู่หน้าเซ็ตเราคือดา  แล้วทุกอย่างมันก็ไหลลื่นมากจนเรารู้สึกว่าตอนเราอยู่ตรงนั้นเราคือดาจริงๆ  แล้วก็พี่ปั๋งคือกรจริงๆค่ะ 

Q.มีการเตรียมตัวเตรียมพร้อมทำการบ้านอย่าไรบ้างสำหรับที่จะต้องถ่ายทอดออกมาเป็นตัวละครในภาพยนตร์
ครี :
คือหนึ่งเลยเรามีเวิร์คช็อปกันนะค่ะ แล้วก็อ่านบทเยอะที่สุด  แล้วก็ทำความเข้าใจเยอะที่สุด  ส่วนเรื่องการจำไดอาล็อคครีจะเป็นคนที่ไม่ชอบจำเป็นตัวอักษรเป๊ะๆๆ  เพราะมันจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ  ก็จะจำข้อใหญ่ ที่เป็นใจความหลัก แล้วก็เอามาคิดไตร่ตรองแล้วก็ตีความเอาว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้นะค่ะ  เพราะฉะนั้นช่วงของการทำการบ้านนี่แหละคะจะเป็นช่วงที่เข้มข้นที่สุด คืออยู่บ้านคนเดียว ก็ทำการบ้านๆๆ แล้วก็มาเจอพี่ปั๋งเนี่ยะแหละ แต่ปรากฏว่ากับพี่ปั๋งเรารู้จักกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมันจะง่ายขึ้นเยอะมาก  เพราะว่าเรารู้จักกันมานานสักพักหนึ่งแล้วคะ  ก็เป็นพี่ที่คุยกันได้กันเองอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้นก็สนิทกับพี่ปั๋งอยู่ มันก็จะไม่มีปัญหาตรงที่จะมาเขินอายกันอยู่แล้ว  อีกอย่างหนึ่งคือพี่ปั๋งจะสอนอยู่เสมอว่าครีสมาธิสำคัญที่สุดไม่อย่างนั้น ยูจะเปลืองตัวมาก  ยูจะต้องทำให้มันผ่าน  นั่นแหละค่ะมันเป็นตัวที่ย้ำอยู่ในหัวเราว่าสมาธิเราจะหลุดไม่ได้  แล้วทุกอย่างมันจะมาเอง  ทุกอย่างมันจะมาจากข้างในค่ะ 

Q.ความแตกต่างระหว่างครีกับดาตัวละครในโสบนเตียง
ครี : 
ซึ่งจริงๆแล้วตอนเล่นไปเราก็รู้สึกว่าเราเหมือนดานะ  แบบเอาจริงก็ใช่เลยคะ  แบบเราเป็นคนมั่นใจ  กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ  กล้าแสดงออก  แล้วก็เป็นคนชัดเจน  อันนี้จะตรงกับคาแร็คเตอร์ทุกอย่างเลย  เพราะฉะนั้น ยากมั้ยกับการที่เราจะปรับคาแร็คเตอร์  ไม่ยากเลย  เพราะเราก็เป็นคนมีคาแร็คเตอร์อย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ยากตรงที่ตัวบทที่เราจะต้องตีความและสื่อตรงนั้นออกมาเพราะในบทเนี่ยะมันมีความหมายเชิงซ้อนด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยากคือเราจะสื่อสารออกมายังไงจากบทไปสู่คนดู

Q.การทำงานในฉากเลิฟซีน
ครี :
ค่ะในแต่ละฉากก็ผ่านไปได้ด้วยดีในการทำงานทั้งหมด  ส่วนฉากเลิฟซีนหวือหวาเนี่ยะเขินมั้ย  ไม่ได้เขินพี่ปั๋งนะคะ  แต่ว่าเขินทีมงานเยอะมาก  คือบางซีนเราไม่ได้เขินเลย เพราะว่าสมาธิเราถึงจุดที่ว่าเราไม่เห็นใครแล้วตรงนั้น เราไม่เห็นใครแล้วจริงๆ  เรารู้สึกว่าเราคือดาแล้วก็อยู่กับกรสองคนคือเราไม่เห็นใครอีกแล้ว  แต่ในบางช็อตที่มีทีมงานอยู่ตรงหน้าคือใกล้มากแบบฟุตสองฟุตอะไรอย่างนี้นะคะ  เราก็รู้สึกตึงบ้างนิดนึง แต่ว่าพยายามทำให้ดีที่สุด  คือสมาธิเนี่ยะไม่หลุดไปไหนแน่  ถ้าจะเขินก็เขิน ช่างไฟ นิดนึง  แต่ก็โอเคค่ะ ผ่านไปได้ด้วยดี  ไม่มีแบบเทค ก็อาจจะมีเปลี่ยนมุมกล้องคะ

Q. พอบอกได้ไหมว่าฉากไหนที่หนักใจที่สุด
ครี :
น่าจะเป็นฉากในโรงแรมที่เป็นฉากที่หินที่สุดคะ เพราะเป็นฉากที่เขินมาก เพราะว่าอยู่ในระยะใกล้  แล้วก็มีทีมงานอยู่เยอะมากๆ เลยอยู่ข้างหน้า  แล้วก็เป็นฉากที่หวือหวามากๆทีเดียว เพราะฉะนั้นความเขินเรามีอยู่แล้ว  อันนั้นมันจะเป็นฉากที่ความยากมันจะอยู่ตรงที่เราจะต้องต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับสิ่งที่อยู่ข้างในความคิด ที่เราจะคิดไม่ได้ว่านี่เราอยู่ต่อหน้าคนสิบ ยี่สิบ สามสิบคนนะ คือเราคิดไม่ได้  เราจะต้องคิดว่าเราคือดา  ที่อยู่ในโรงแรมกับกร  คือสิ่งที่ยากที่สุดคือเราต้องสู้กับตัวเองคะ  ต้องข่มความเขินไปให้หมด  แล้วก็สมาธิต้องมาที่หนึ่งไม่งั้นเนี่ยะ มันจะกวนเวลาคนอื่นด้วย แล้วก็ถ่วงคนอื่นด้วย อะไรอย่างนี้ค่ะ

Q.การทำงานกับผู้กำกับหน้าใหม่อย่างต้นภาณุมาศ ดีสัตถา
ครี :
คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ตั้งแต่แรกเลยนะก่อนถึงวันถ่าย เราก็คุยกันมาประมาณเดือนสองเดือนเนี่ยะคะ  แล้วเราก็รู้สึกว่าพี่เขาก็โอเคในส่วนที่ว่าเราเรียนทำหนังเหมือนกัน  พูดจาภาษาเดียวกัน บอกอยากได้ตรงไหน เพิ่มลดอะไรคือเราพูดกันรู้เรื่องมาก  เพราะฉะนั้นครีรู้สึกว่าในการทำงาน เราไม่มีปัญหาซึ่งกันและกันอยู่แล้ว   เพราะฉะนั้นการไว้ใจ เราไว้ใจทางผู้กำกับ ทีมงานทุกคนอยู่แล้ว  เราพูดยังไง คือเขาโอเค  เพราะฉะนั้นครีรู้สึกว่าเรามาเจอกันครึ่งทางทั้งสองฝ่าย  ครีก็มีในจุดที่ครีต้องการอย่างนี้  ผู้กำกับเขามีในจุดที่เขาต้องการอย่างนี้  เราก็คุยกันตรงๆค่ะว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร  แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ชอบมากๆเลย คือพี่ต้นเนี่ยะไม่ได้เป็นผู้กำกับที่ว่าเฮ้ยจะต้องอย่างนี้  ฉันจะต้องอย่างนี้  คือบางสิ่งบางอย่างหรือบางแอ็คชั่นเนี่ยะ  ครีรู้สึกว่าเฮ้ยพี่หนูอยากใส่ไอ้นี่เข้าไปได้มั้ยคะ เพราะว่าหนูรู้สึกว่าให้มันต่อเนื่องหรือว่าอะไร  พี่เขาแบบโอเคทำเลย  คือเขาจะปล่อยให้เราแสดงความคิดเห็นด้วย  คือครีชอบตรงนี้คือเหมือนเราได้มีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์นี้ด้วยในฐานะคนทำหนังเหมือนกันนะคะ

Q.กับการทำงานกับปั๋ง ประกาศิต  ถึงแม้ว่าจะสนิทกัน แต่ก็เพิ่งมาเล่นหนังด้วยกันเป็นเรื่องแรก พี่เขามีวิธีแนะนำหรือว่าสอนอะไรเราบ้าง
ครี :
ตลอดเวลา  ทุกซีน ทุกช็อต คือพี่สอนตลอด คือว่าจริงๆบางทีบางช็อตก็นึกในใจว่า รู้แล้ว  แต่พี่เขาก็น่ารักคะ  ด้วยความที่พี่เขาประสบการณ์เยอะกว่าเรา เยอะมาก  แล้วเราก็ใหม่มาก  พี่เขาจะสอนว่าเฮ้ย ครีมุมนี้อย่างนี้ๆๆนะ หรือพูดอย่างนี้ๆคือสอนตลอดเวลา  แล้วก็สิ่งที่พี่ปั๋งเตือนเราตลอดเวลาก็คือว่า เขาจะบีบแขนเราแล้วบอกว่าสมาธิ เอ็งสมาธิ  แล้วก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ คือแบบว่าเราจะเตือนสติอยู่ตลอดเวลา ว่าสมาธิสำคัญที่สุดคะ เพราะว่าการเล่นหนังอีโรติกอาร์ตเนี่ยะมันจะหวือหวา   เพราะฉะนั้นพี่ปั๋งก็จะบอกว่าไม่งั้นเอ็งจะเปลืองตัวกับชั้น  ซึ่งโอเคนะถ้าอยากอยู่แบบนั้น ซึ่งพี่โอเคอยู่แล้ว สบาย  เอ็งโอเคป่าวล่ะ คือครีก็บอกว่าจริงๆ ครีไม่มีปัญหาหรอก  แต่ว่าคือครีเชื่อว่าเทคแรกเนี่ยะเป็นเทคที่ธรรมชาติที่สุด แล้วก็ไม่ช้ำที่สุด  เพราะฉะนั้นพยายามให้เทคแรกผ่านเลย เพราะฉะนั้นเนี่ยะสมาธิจะสำคัญที่สุด  แล้วก็คำสอนของพี่ปั๋งเนี่ยะใช้ได้มากๆเลยค่ะ

Q. สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องโสบนเตียงต้องการนำเสนอหรือสะท้อนออกมา
ครี :
ครีมีความรู้สึกว่าสะท้อนมุมมองในแง่ของสังคมนะคะ  ในแง่ความเป็นผู้หญิงในยุคปัจจุบันว่า  ถึงแม้เราจะเป็นผู้หญิงยุคใหม่  มีความมั่นใจ  แต่เราก็ไม่ควรลืมความเป็นตัวตน  เราไม่ควรลืมความรับผิดชอบของหน้าที่ของเรา ว่าควรจะเป็นยังไง  ครีคิดว่าในมุมมองของการสะท้อนสังคมในเรื่องน้ำตาลแดงเนี่ยะจะสะท้อนให้ผู้หญิงไทยได้เห็นบทบาทที่สำคัญของตัวเองแล้วก็คุณค่าในตัวเองคะ  อยากให้ผู้หญิงไทยที่ได้เข้ามาสัมผัสน้ำตาลแดงเนี่ยะได้รับตรงนี้ออกไป  ได้รับมิตินี้ของหนัง แล้วเก็บไปใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วก็ทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากที่สุดคะ

Q. มีอะไรที่ตัวหนังต้องการนำเสนอ นอกเหนือจากความอีโรติกหวือหวาที่ว่ากันว่าสมจริงมากๆ
ครี :
ความหวือหวาหรือความอิโรติกในตอนโสบนเตียง หนึ่งเลยคือเล่นเอง  เล่นจริง เจ็บจริง  ก็คือเล่นเองไม่ใช้สแตนอินทุกซีนทุกช็อตเลยนะคะ  แล้วก็ผู้ชมที่เข้ามาดูน้ำตาลแดง จะสัมผัสได้เลยว่ามันมีความแบบว่าจริงมากๆแล้วก็ทั้งครีทั้งพี่ปั๋งเนี่ยะใส่อารมณ์เต็มที่ ทุกอย่างมันอินกับบทมาก   คือเราสองคนยังรู้สึกเลยในตอนที่อยู่หน้าเซ็ตตรงนั้น เรารู้สึกเลยว่ามันใช่จริงๆ  แล้วก็เราเป็นดาพี่ปั๋งเป็นกรจริงๆ  แล้วก็ความหวือหวาในเรื่องของแอ็คชั่นทั้งหมด ครีอยากให้มองว่าในตรงนั้นเนี่ยะมันมีความหมายแฝงมากกว่านั้นคะ  อยากให้จ้องตาไม่กระพริบเลย  แต่ว่าไม่ใช่จ้องว่าจะจูบกันเมื่อไหร่ไม่ใช่นะ   จะต้องจ้องดูว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นเนี่ยะมันคืออะไร แล้วก็จะต้องเอาภาพที่ผ่านตาไปแล้วเมื่อกี๊เนี่ยะมาประกอบกับภาพใหม่ที่เห็นแล้วทั้งหมดเนี่ยมันจะคือคำตอบที่เกิดขึ้นในหัวค่ะ

Q.  ความหมายของน้ำตาลแดงในมุมมองของครีคืออะไร 
ครี :
ก็คือสิ่งที่บริสุทธิ์มากๆ  แล้วก็เป็นสิ่งที่ยังไม่ผ่านการซักฟอกหรือว่ายังไม่ผ่านการฟอกสี  คือว่าเราลองคิดถึงน้ำตาลแดงใช่มั้ยคะ คือน้ำตาลสีน้ำตาลเนี่ยค่ะ ที่ยังไม่ผ่านการฟอกสีเป็นสีขาว มันเป็นอะไรที่บริสุทธิ์มาก  มันเป็นอะไรที่ยังไม่ได้รับการปรุงแต่งอะไรทั้งนั้น  แล้วก็มีรสชาติหวานกว่าซะอีก  เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ความหมายกับสิ่งสื่อถึงน้ำตาลแดง ก็คือสิ่งที่เป็นอินเนอร์อยู่ข้างในของเรา ที่เราจะนำมันออกมาใช้ หรือหยิบมันออกมาแสดง เมื่อไหร่เนี่ยะก็ขึ้นอยู่กับสภาวะอารมณ์ตรงนั้นค่ะ  มันก็เหมือนกับตอนที่ว่าเราจะเลือกใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลทรายขาวตรงนั้นแหละค่ะ

Q.ฝากถึงโปรเจ็คต์ภาพยนตร์เรื่องน้ำตาลแดง  ในพาร์ท “โสบนเตียง”
ครี :
ค่ะ สำหรับโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงเนี่ยครีอยากฝาก หนึ่งเลยนะคะ  ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะเพราะว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของครีแล้วก็ครีตั้งใจเกินร้อยมากๆเลย  แล้วก็ทั้งผู้กำกับพี่ต้น ทีมงานทุกคนก็ตั้งใจกันมากๆเลยในการถ่ายทอดเนื้อหาออกมา  แล้วก็อยากให้ผู้ที่ได้มาสัมผัสน้ำตาลแดงเนี่ยได้รับมุมมองดีๆที่น่าสนใจกลับไป  แล้วก็ในตอนของโสบนเตียงเนี่ยครีอยากให้คนที่เข้ามาได้สัมผัสถึงคาแร็คเตอร์ของตัวนักแสดงในความต้องการหรือว่าสิ่งลึกๆที่อยู่ข้างใน  หรือว่าบุคลิคเชิงซ้อนของเขาเป็นยังไง อันนี้คือไคลแม็กซ์ของเรื่อง  ถ้าจับใจความตรงนั้นได้จะได้อะไรกลับไปแบบสนุกสุดยอดเลย  ต้องไปดูกันนะคะ อยากขอฝากนิดนึงว่าอย่าเพิ่งตีกรอบว่าหนังอิโรติกไว้เพียงเฉพาะว่าจะมีฉากหวือหวาหรือเพียงเฉพาะว่าอยากดูแค่ฉากเลิฟซีน  เพราะว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นในความหมายแฝงของหนังเรื่องน้ำตาลแดง  แล้วยิ่งตอนโสบนเตียงนะคะต้องติดตามแล้วก็คอยลุ้นกัน  แล้วก็ทายกันด้วยคะ 26 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
 

 


::Comment::

::::::::: ไม่มีการ Comment :::::::::



::ส่วนแสดงความคิดเห็น::

----------Login ก่อนทำการ Comments----------







::Top View::
News View

Thailand Box Office 14-17 ส.ค....
19,631

Thailand Box Office 11-14 ธ.ค....
18,652

Thailand Box Office 8-11 ม.ค. ...
18,138

Thailand Box Office 22-25 พ.ค....
18,130

Thailand Box Office 10-13 เม.ย...
18,078

Thailand Box Office 25-28 ธ.ค....
18,042

Thailand Box Office 21-24 ส.ค...
17,823

เผยเรื่องย่อ “ตำนานสมเด็จพระนเ...
17,762

Thailand Box Office 2-5 ม.ค. 2...
17,726

Thailand Box Office 13-16 ก.พ....
17,630

“ชั่วฟ้าดินสลาย” จัดรอบพิเศษ ...
16,913

Hercules...
12,349

ESCAPE PLAN / แหกคุกมหาประลัย...
12,306

Thailand Box Office 3-6 เม.ย. ...
11,513

สรุปให้ฟังอีกที 20 อันดับหนังท...
8,267