Entertain - นิตยสารบันเทิงต่างประเทศที่ขายดีที่สุดในไทย 
username: password:   | Register

     

:: American Made (อเมริกัน เมด) Date: 14-Aug-2017 13:57 :: :: American Made (อเมริกัน เมด) Date: 14-Aug-2017 13:57 :: :: American Made (อเมริกัน เมด) Date: 14-Aug-2017 13:57 ::
 
ปันปัน ?เต็มฟ้า กฤษณายุธ? รับบทเป็น เม้ยมะนิก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา Date : 2015-03-19 11:29:30
ปันปัน ?เต็มฟ้า กฤษณายุธ? รับบทเป็น เม้ยมะนิก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
Rating : 0.00 Review : 4,016 Comment : 0

• ให้น้องปันปันแนะนำตัว
    สวัสดีค่ะ ชื่อปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ ค่ะ เป็นศิลปินอยู่ที่จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ก่อนหน้านี้ก็เคยเล่นละครกับทางเอ็กซ์แซ็กท์เล่นละครมา 2-3 เรื่องก็มีเรื่องบ่วงรัก อีสา แล้วก็มีผลงานเพลงล่าสุดเป็นเพลงซักกะนิด คู่กับพี่ฮั่นเดอะสตาร์ แล้วตอนนี้ก็มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสานี่แหละค่ะ

• มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา ได้อย่างไร
    ได้ทราบมาว่าตอนนั้นท่านมุ้ยกำลังหานักแสดง หรือว่านางเอกที่เป็นนักกีฬา เพราะว่าท่านมุ้ยแพลนไว้ว่ามันต้องบู๊หนักมาก ก็มีดูไว้หลายๆ คนมีไปดูไปเล็งนางเอกอินเตอร์ไว้ด้วยค่ะ แต่ว่าสุดท้ายเหมือนว่าหนูเคยไปแคสละครของพี่แมงมุม แล้วก็มีโอกาสไปถ่ายรูปมีโพรไฟล์อะไรบ้างแล้ว หม่อมก็เลยคิดขึ้นมาว่าปันปันก็เคยเป็นนักยิมนาสติกนะ ทำไมไม่ลองติดต่อปันปันดูละ ซึ่งก็มีทางทีมงานติดต่อผ่านมาทางเบอร์คุณแม่มา พอรู้เราก็ตื่นเต้นมากๆ เลย เพราะว่าเราเป็นแฟนคลับของตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ มาตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งความจริงหนูชอบมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว แล้วตัวละครที่เก้าเล่นก็มีอายุพอๆ กัน ก็เลยรู้สึกว่าเป็นหนังประวัติศาสตร์ที่ดูไม่เบื่อเลย หลังจากนั้นภาค 2 ภาค 3 แล้วก็ดูต่อมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นแฟนคลับมาเรื่อยๆ ก็ไม่คิดว่า 10 ปีผ่านไปจากที่ภาคแรกเข้าฉายเราจะได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

• ประสบการณ์ในการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกสำหรับปันปันกับภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่อย่าง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา เป็นอย่างไร
    ค่อนข้างหนักค่ะ นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนยุคแล้ว เราก็ต้องทำพวกิจกรรมต่างๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า, ฟันดาบ, สู้บนหลังม้า, ธนู หรือว่าใช้อาวุธต่างๆ มากมายแล้วเราจะต้องโปรมาก แล้วก็จะต้องมีดาบ มีคทา มีอะไรหลายๆ อย่าง คืออาวุธเยอะมาก แล้วเราต้องขี่ม้าแบบโปร ซึ่งทุกอย่างที่พูดมาเราก็ยังไม่เคยทำมาก่อนเลย ถึงแม้ว่าเราจะเป็นนักกีฬายิมนาสติก จับอาวุธ ยังไม่เคยต้องขี่ม้าเร็วอะไรอย่างนี้นะคะ เราค่อนข้างใหม่มาก มีเวลาสองอาทิตย์ที่จะต้องทำทุกอย่าง เลยต้องพัฒนาตัวเองเป็นสองเท่า แล้วก็พยายามตั้งสติว่าอันนี้ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเรานะ ถึงแม้ว่าเราจะมีเวลาน้อย แต่ว่าถ้าเราทำให้ดีที่สุด แล้วเราตั้งใจก็คงไม่มีอะไรเกินความสามารถไปได้

• ส่วนตัวกดดันมั้ย กังวลมั้ย ในเมื่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน
    ก็ค่อนข้างยากค่ะ เพราะนอกจากว่าที่เราต้องแสดงอารมณ์ ต้องบู๊หนักแล้ว ยังมีเรื่องบทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบทจะเป็นภาษาที่ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นทั่วไปที่พูดกัน เราก็ต้องไปฝึกพูดซ้ำหลายๆ รอบ เพื่อที่ให้เราได้ชินภาษาที่ในประวัติศาสตร์ช่วงนั้นเขาพูดกัน แต่ว่ายังโชคดีที่เป็นภาษาที่เราเป็นแฟนคลับภาพยนตร์นเรศวรมาตั้งแต่เด็ก เราก็เลยรู้ว่าถ้อยคำหรือวิธีการพูดเขาพูดเขาทำกันยังไง แต่ว่าในเรื่องของอารมณ์ก็คิดว่าเราก็พยายามจะเข้ามาเป็นตัวละครให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แล้วก็พยายามไล่เรื่องราวของตัวละครมานอกเหนือจากบทที่ให้ไว้ค่ะ คือพยายามคิดว่าเราตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่เม้ยมะนิกเป็นเด็กๆ ชีวิตเป็นอย่างไร พยายามคิดมาตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ เกิดมาเป็นเจ้าหญิงนะพ่อแม่เราถูกฆ่าตาย เป็นลูกกำพร้า ต้องอพยพไปอยู่ในป่า ต้องสู้พื่อประชาชนทุกอย่าง เรารักประชาชนของตัวเอง เรารักสัญชาติ รักประเทศของตัวเองมาก แล้ววันหนึ่งถ้าสิ่งที่เรารักมากๆ มันสูญเสียไปหมดเลย เราจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเราคิดแค่ว่าเราต้องมาร้องไห้ตรงหน้า เพราะว่าเห็นศพตายหรือเด็กตาย มันก็อาจจะร้องไม่ดีหรือว่าไม่เข้าถึงตัวละครเท่า ก็เลยพยายามทำการบ้าน ไปนั่งคิด ทำสมาธิอยู่กับตัวเองว่า ตัวละครมีชีวิตเรื่องราวมาอย่างไร เพราะว่าค่อนข้างเป็นตัวละครใหม่ ที่ท่านมุ้ยคิดขึ้นมาเองด้วย และไม่ได้รู้ประวัติอะไรของเม้ยมะนิกมาเยอะขนาดนั้นก็เป็นการบ้านของตัวเราเอง ที่ต้องไปขวนขวายหาประวัติเรื่องราวของเม้ยมะนิกจากท่านมุ้ยเองด้วย และสอบถามจากพี่ๆ ว่าเวลาที่เขาต้องเล่นซีนอารมณ์หนักๆ หรือซีนบู๊หนักๆ เขาจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเขาจะต้องคิดยังไง ใช้เวลานานมั้ย เพราะว่าตอนแรกเราค่อนข้างกลัวเหมือนกันว่าจะทำให้คนอื่นเสียเวลารึเปล่า เราก็เป็นน้องใหม่ที่สุดในกองด้วยค่ะ

• บทบาทคาแรคเตอร์ของตัวละครที่ได้รับใน ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา เป็นอย่างไรบ้างและมีความสำคัญอย่างไร
    ตัวเม้ยมะนิกเองเป็นเจ้าหญิงเป็นราชธิดาของ พระเจ้าศิริสุธรรมราชา เป็นเจ้าเมืองเมาะตะมะ ซึ่งเดิมพระเจ้าศิริสุธรรมราชาเป็นชาวพม่า แต่ไปสมรสกับชาวรามัญทำให้ชาวพม่าหลายคนอาจจะไม่เห็นด้วย ก็เลยมีการฆ่าเกิดขึ้น พระยาลอ สุดท้ายก็มาฆ่าคุณพ่อของเรา แล้วทำให้เราแค้นมาจากตอนนั้น เสร็จแล้วหลังจากคุณพ่อคุณแม่เราโดนฆ่าเราก็เลยแค้น ก็ต้องอพยพย้ายไปอยู่ในป่า เพื่อมาเป็นโจรป่า อยู่ในป่าเพื่อจะดูแลไพร่พลของเรา คอยดูแลเสบียงอาหาร แล้วเราต้องสู้รบเก่งมากๆ ก็จะเป็นหมือนแม่ทัพเลยก็ว่าได้ หลังจากนั้นเราก็หาโอกาสที่จะสังหารพระยาลอ ตั้งแต่ตอนที่พ่อเราโดนสังหารเราก็เลยหาโอกาสแต่ก็ยังไม่ได้ซะที จนกระทั่งมาถึงจังหวะที่พระนเรศวรยกทัพข้ามาตีพระยาลอพอดี เราก็เลยใช้โอกาสนี้ฆ่าพระยาลอด้วยตัวเอง ทำให้พระนเรศสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้คือใครทำไมถึงมาฆ่าพระยาลอ หลังจากนั้นหลังจากที่เราได้พูดคุยกันกับพระนเรศ แล้วก็ทั้งกองทัพพร้อมทหารเอกต่างๆ ของพระนเรศ เราก็ได้มีโอกาสร่วมทัพกัน แล้วก็นำชาวรามัญเข้ามาร่วมทัพกับชาวอโยธยาด้วยซึ่งภาคก่อนๆ เราอาจจะเห็นว่าเราไม่ค่อยเห็นชาวรามัญมีส่วนสำคัญหรือว่าส่วนที่เด่นๆ ในการร่วมรบกับพม่าหรือว่าร่วมรบกับไทย แต่ในภาคนี้ก็จะได้เห็นว่าชาวรามัญก็เป็นส่วนสำคัญเลยที่จะทำให้อโยธยาเหมือนผ่านพ้นศึกนี้ไปได้นะคะ

• ปันปัน คิดว่าตัวละครที่เราได้รับอย่าง เม้ยมะนิก มีเสน่ห์อย่างไร
    สำหรับเสน่ห์ของตัวละครตัวนี้ก็คือความแกร่งและความอดทนค่ะ ความเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป ในสมัยนั้นผู้หญิงควรจะอยู่ที่บ้าน เป็นแม่บ้าน ทำอาหารอะไรอย่างนี้ไป เป็นพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วย แต่ว่าหนูกลับมีลูกน้องอีกสองคนเป็นผู้หญิงที่ร่วมรบ พร้อมกับทหารเอกที่เป็นผู้ชายหมดเลย ซึ่งในความคิดของหนูก็คือเป็นคนที่เก่งมากๆ แล้วก็กล้าหาญมากๆ ผู้หญิงถ้าเราเลือกได้เราก็คงอยากจะอยู่ที่บ้าน เพราะว่าเราก็คงไม่อยากที่จะมาคลุกฝุ่นคลุกดิน หรือว่าจะต้องมาสู้รบอะไรจะต้องมาทนทรมานอยู่ในป่า  หรือว่าต้องทนมาสู้รบอะไรกับทหารที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่ว่าในความคิดของหนูเม้ยมะนิกโดยสายเลือดแล้ว ก็เป็นเหมือนมีสายเลือดของเจ้าแผ่นดินเหมือนกัน เพราะว่าเราเป็นลูกของศิริสุธรรมราชาซึ่งเป็นเจ้าเมืองเมาะตะมะ สายเลือดความเป็นเจ้าเมืองทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องปกป้องเหมือนหวงแหนคนของตัวเอง ไม่ว่าใครจะมาทำร้ายคนของตัวเองเราก็จะยอมไม่ได้ ตัวเม้ยมะนิกเองถึงแม้ว่าจะดูเป็นคนเกรี้ยวกราด แต่เม้ยมะนิกจะไม่ทำใครก่อน เม้ยมะนิกจะสู้จนขาดใจต่อเมื่อคนๆ นั้นมาทำก่อนหรือว่ามาทำอะไรประชาชนของตนเท่านั้นค่ะ

• ก่อนที่จะสวมบทบาทตัวละครเม้ยมะนิก ปันปันต้องมีการเข้าคอร์สพิเศษที่เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรในการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ประจำโรงเรียนภาพยนตร์นเรศวร ตามตารางการฝึกเหมือนอย่างนักแสดงรุ่นพี่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นแอฟ-ทักษอร, ผู้พันเบิร์ด, ปีเตอร์-นพชัย ล้วนแล้วต้องผ่านมาแล้วแทบทั้งสิ้น
    อันนี้คือเหมือนหลักเบสิกที่ พี่ทราย พี่เบิร์ด พี่ต๊อด ได้ฝึกกันเมื่อก่อนในตอนภาค 2 คือตอนเช้าต้องไปที่คอกม้าแล้วก็ไปวอร์มม้าก่อน คือบางทีก็ไปวอร์มใกล้ๆ เซ็ท เพื่อที่จะให้ม้าตื่นก่อน แล้วก็ดูว่าม้าพร้อมที่จะทำงานนะ หลังจากนั้นก็วอร์มร่างกายตัวเอง เพราะว่าเราก็ต้องมีการบู๊ มีการเตะต่อย ก็วอร์มตามที่เราได้เรียนมา  แต่ละคนก็จะมีวิธีการวอร์มไม่เหมือนกัน ซึ่งเพื่อทำให้เรามั่นใจว่าเราพร้อมที่จะบู๊ พร้อมที่จะขึ้นม้าลงม้าเพราะว่าร่างกายและความปลอดภัยต้องมาก่อน แล้วก็ตอนเที่ยงไปจนถึงบ่ายๆ ก็จะมีการฝึกอาวุธ หลังจากนั้นตอนเย็นก็ต้องฝึกม้าเหมือนเดิม ก็จะมีฝึก 3 เวลา พอเราฝึกม้าเราก็จะเอาม้าไปเดินรอบๆ สถานที่ถ่ายทำซึ่งก็ใหญ่มากๆ นะคะ ก็เพื่อทำให้ม้าคุ้นชินกับเรามากขึ้น เขาไม่อยากให้ฝึกม้าอยู่ในคอกอย่างเดียว เพราะพอถึงเวลาถ่ายจริงม้าต้องขึ้นเขาลงเขาลงน้ำบ้าง มันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับม้า ค่อนข้างเป็นอะไรที่ซับซ้อนเหมือนกัน แต่ว่าหนูก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ แต่ขึ้นอยู่กับว่าถูกกับม้าตัวไหน แล้วม้าตัวไหนเหมาะกับการใช้ในสถานการณ์ไหนมากกว่า
 

• ว่ากันว่านักแสดงแต่ละคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในภาพยนตร์ชุดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ล้วนแล้วแต่พบกับเหตุการณ์สำคัญ ที่เรียกได้ว่าเป็นทั้งประสบการณ์ และจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตแล้วสำหรับ ปันปัน เต็มฟ้า เป็นอย่างไรบ้าง
    ก็ค่อนข้างเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญเหมือนกันนะคะ คล้ายๆ กับเป็นความฝันที่หมดไปแล้วตอนเด็กๆ เพราะว่าตอนเด็กถ้าเราได้มาเล่นนเรศวร ตอนประมาณ 8 ขวบคิดว่าถ้าเราได้เล่นเป็นตัวประกอบก็ยังดีนะ ก็อยากรู้ว่าเขาทำหนังกันอย่างไร เพราะว่าตัวเองก็เป็นแฟนคลับภาค 1 โดยเฉพาะภาค 1 ภาค 2 ก็จะชอบมากๆ ก็เวลาผ่านไปประมาณ 10 ปี แต่หนูก็โตขึ้นมา ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีวันหนึ่งจะได้มามีส่วนสำคัญในภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็คิดว่าตัวเองเป็นเหมือนตัวละครตัวแสดงตัวหนึ่ง ก็คิดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ ก็เพราะว่าทุกคนช่วยเหลือกันมากกว่าไม่ว่าจะเป็นตัวละครทุกตัว พี่เบิร์ด, พี่ต๊อด หรือไม่ว่าตัวละครที่มีมาตั้งแต่ภาคแรก แล้วก็โอ้โหเบื้องหลังทุกอย่าง ก็ทำให้หนูรู้เลยละค่ะว่าทุกคนทุ่มเทมากๆ โดยเฉพาะท่านมุ้ยเองก็ทุ่มเทเกินร้อยจริงๆ ที่จะทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ แล้วก็เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้คนไทยได้รัก แล้วก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของเมืองไทยไปอีกนานไปอีกหลายสิบปีเลยค่ะ

• ฉากไฮไลท์สำคัญของปันปัน เต็มฟ้าในภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา
    สำหรับฉากที่สู้กับพี่ปีเตอร์กับพี่ต๊อดนะค่ะ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นฉากบู๊ที่ยาวขนาดนี้ ก็ด้วยความที่เราสู้กันไปเรื่อยๆ แล้วทีมสตันท์รู้สึกว่าเขามันส์ในอารมณ์มากเขาก็ใส่ให้ใส่อีก ก็รู้สึกว่าสนุกมากๆ วันนั้น ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันสนุกมากกว่า เพราะว่าเราจะหาโอกาสที่ไหนที่จะได้สู้กับผู้ชายสองคนแบบนี้ ก็คงไม่มีในชีวิตนี้ ก็รู้สึกว่าเออมันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ เราได้ใช้พวกความสามารถที่เรามีอยู่แล้วมาอะแด๊ปในรูปแบบที่แตกต่างกันไปคือเราก็เล่นยิมเป็นเราก็เอามาใช้ในการสู้รบในการบู๊ เราก็คิดว่า 2 อย่างนี้ 2 กีฬานี้ มันก็ลิงก์กันได้เหมือนกัน ทำแล้วรู้สึกถนัดค่ะ รู้สึกไม่เก้อเขิน ตอนแรกเราก็รู้สึกว่าบู๊ไม่ใช่แนวเราแน่นอน เพราะว่าเราเล่นยิมมาเป็นแนวกีฬาสวยงามนะ มันจะบู๊ได้เหรอ มันจะเข้ากันเหรอ พอเราได้เจอกับพี่ๆ ทีมสตันท์ก็กลับกลายเป็น ชอบเตะต่อยชอบขี่ม้า ชอบทำอะไรเหมือนผู้ชายไปเลยค่ะ แล้วก็ทั้งในเบื้องหน้า และเบื้องหลังเราก็ใช้ชีวิตค่อนข้างออกแนวผู้ชายทั้งในกองและในซีนด้วย เพราะว่าจากในฉากหรือจากบทอะไรหรือการเป็นอยู่ก็ค่อนข้างเข้าใจแล้วว่าพี่ๆ เขาเหนื่อยกันขนาดไหน แล้วก็จากที่เราได้ไปสัมผัสจุดนั้น ก็คิดว่ากว่าจะได้ออกมาเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันก็ไม่ได้สวยหรูสบายอย่างที่หลายคนคิดนะคะ เรื่องอากาศ เรื่องความอดทน ทุกอย่างค่ะ อย่างในซีนนั้นก็ถ่ายกันทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ก็รู้สึกว่าถ้าสมมติว่านักแสดง ทีมกล้องและทุกคนที่มีส่วนร่วมในวันนั้นถ้าไม่มีใจรักในการที่จะทำหนังเรื่องนี้จริงๆ ก็คิดว่ามันคงไม่ออกมาสวยงาม และน่าตื่นเต้นขนาดนั้นละค่ะ
 

 

• ต้องเข้าฉากแอ็คชั่นกับนักแสดงชายถึง 2 คนคือ ผู้พันต๊อด (พันเอก วินธัย สุวารี) และ ปีเตอร์ (นพชัย ชัยนาม) ตกลงใครโดน หมัดเท้าเข่าศอก ของปันปัน มากกว่ากัน
    วันนั้นเหรอคะน่าจะซัดพี่ต๊อดมากกว่านะคะ เพราะว่าต้องเหมือนมาคู่กัน ก็เลยต้องโดนซัดมากหน่อย แล้วพี่ต๊อดก็ตลกมาก เวลาถ่ายก็เหมือนเด็กผู้ชายเลย เขาจะแบบมาๆๆ มาเลยสู้ๆๆ คือก็ถ้าพี่ต๊อดเขาแสดงอารมณ์เหนื่อยออกมาประมาณว่าไม่มีแรงฮึด พี่ต๊อดเขาก็จะมา 1-2-3-4 แล้วพี่ต๊อดเขาก็จะมาต่อยอากาศ หนูก็ไปนั่งขำกับพี่ปีเตอร์ ว่าพี่ต๊อดเขาฟิตมากจริงๆ ก็รู้สึกว่าความสดใส และก็ความรักในงานของตัวเอง ของทุกๆ คนทำให้หนูรู้สึกว่าทุกๆ คนก็รักในหน้าที่และในตัวละครของตัวเอง ทำให้หนูรักในตัวละครของเม้ยมะนิก แล้วก็แสดงในฉากบู๊ฉากอะไรสมจริงสมจังมากขึ้น พี่ต๊อดเขาก็บอกนะว่านี่เวลาเตะไม่ต้องกลัวเลยนะ พี่รับได้ พี่เคยป็นนักกีฬารักบี้มา ทำให้เรารู้สึกว่าเออพี่ๆ เขาก็อยากให้งานออกมาดีจริงๆ ทุกคนใส่เต็มร้อยจริงๆ พี่ปีเตอร์ก็ลงไปคลานอยู่กับพื้นแล้วตอนถ่ายเสร็จ ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ทุกคนเต็มที่มากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฉากบู๊หรือว่าฉากอารมณ์ก็ตามค่ะ ทุกๆ ฉากก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน แต่ว่าถ้าจะพูดถึงฉากบู๊สำหรับหนูมันจะมีเยอะกว่า ก็เลยคิดว่าการเตรียมตัวหรือว่าการทำการบ้านก็ค่อนข้างเยอะและค่อนข้างคิดว่าการที่เราได้ฝึกฝนหรือมีพื้นฐานทางด้านยิมมามันก็คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ ทำให้เรามีความแข็งแรงและมีความอดทนล้มไปอาจจะไม่เจ็บโอเค เพราะว่าเราอาจจะผ่านจุดที่เป็นนักกีฬาทีมชาติมาแล้วค่ะ

• จากที่เคยเป็นผู้ชมมา จนถึงเป็นส่วนหนึ่งของนักแสดงในภาพยนตร์ และได้มีประสบการณ์ร่วมจนถึงวันนี้ความรู้สึกที่เรามีต่อ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบวีรบุรุษผู้อยู่ในหัวใจคนไทยมาตลอด 4 ศตวรรษ
    ในฐานะตัวละครที่เป็น เม้ยมะนิก เขาก็ได้ใช้เวลาสักพักหนึ่งเลยนะคะของชีวิตตัวเอง ร่วมรบกับพระนเรศวร ซึ่งตอนแรกที่ทุกคนจะสั่งฆ่าเรา พระนเรศวรเป็นคนที่กลับมาคิดว่าเอาเรามาคุยก่อนนะทำไมเราถึงทำแบบนี้ แล้วก็พระนเรศวรเป็นคนที่ตัดสินชีวิตเราในช่วงนั้นเลย หลังจากที่เราฆ่าพระยาลอ ว่าจะให้เราอยู่หรือจะให้เราตาย ส่วนหนึ่งเราก็เป็นหนี้ชีวิตของท่าน แล้วก็เรารู้สึกว่าท่านเป็นคนที่มีความเด็ดเดี่ยว และมีความรักประเทศชาติจริงๆ ไม่สามารถมีใครเทียบได้ค่ะ คือทุกอย่างเป็นเรื่องรองหมด ไม่ว่าท่านจะป่วยหรือว่าท่านจะมีความสุขอยู่ที่อื่นหรือไม่ว่าท่านจะทำอะไรอยู่ ประเทศชาติจะอยู่ในความคิดของท่านเป็นอันดับ 1 เสมอ อันนี้คือสิ่งที่เม้ยมะนิกรับรู้ได้ จากการที่เข้าฉากกับทั้งพี่เบิร์ด และรับรู้ถึงความรู้สึกของพระนเรศวรจริงๆ นะคะ ว่ายังไงก็ตามท่านรักประเทศไทยมากๆ แล้วก็รู้สึกว่าท่านยอมสละทุกอย่าง ยิ่งกว่าชีวิตยิ่งกว่าความรักของตัวเอง หรือว่าความรู้สึกของตัวเอง ท่านให้ได้ทุกอย่างสำหรับประเทศนี้ ก็เลยรู้สึกว่าประเทศไทยโชคดีมากๆ เลยค่ะที่ได้มีพระนเรศวรมาเป็นกษัตริย์ และก็รู้สึกว่าเราคงไม่มีพวกเรามาณจุดนี้ ถ้าไม่มีท่านนะคะ ท่านเป็นคนที่ได้เปลี่ยนแปลง และก็พยุงประเทศทำให้ประเทศดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านศิลปะวัฒนธรรมหรือว่า โดยเฉพาะด้านการสู้รบค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าในฐานะที่ตัวเม้ยมะนิก ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสู้รบเคียงข้างไปกับท่านก็เลยรู้สึกว่าคนไทยควรจะภูมิใจมากๆ และคิดตระหนักอยู่เสมอว่ากษัตริย์ของเราแต่ละพระองค์ โดยเฉพาะพระนเรศวรมีความสำคัญขนาดไหนที่จะทำให้เราเป็นไทมาจนถึงทุกวันนี้นะค่ะ

• ความรู้สึกที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์แห่งแผ่นดินและอยากฝากบอกอะไรกับคนไทยทุกคน
    ก็ก่อนที่จะมาได้เล่นหนังเรื่องนี้นะคะ ก็รู้สึกว่าท่านมุ้ยเป็น ผกก. ที่ชาตินี้ เราคงไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับท่าน  เพราะท่านดูยิ่งใหญ่ และเป็นคนที่เก่งมากจริงๆ แล้วเราก็เป็นแค่นักแสดงตัวเล็กๆ คนหนึ่งซึ่งก็เล่นละครเล่นอะไรร้องเพลงอะไรของเราไป คงไม่มีโอกาสได้มาเล่นหนังที่ยิ่งใหญ่อย่างพระนเรศวร ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆ จะมีบ้างว่า เออถ้าเราได้มาเป็นตัวประกอบก็ดีนะจะได้เห็นเบื้องหลัง เพราะว่าสำหรับเด็กภาพยนตร์เรื่องสมเด็จพระนเรศวรฯภาคแรกค่อนข้างยิ่งใหญ่มาก คือเราไม่เคยเห็นภาพยนตร์อะไรอย่างนี้มาก่อน ใครจะคิดว่า 10 ปีผ่านไปหนูโตแล้ว แล้วก็มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมากๆ เลยค่ะ ที่ได้ทำความฝันอย่างหนึ่งของตัวเองที่ลืมความฝันนั้นไปแล้ว แต่ว่ากลับมาทำความฝันสำเร็จได้ อยู่ดีๆ ก็โชคดีได้ทำมันก็เลยรู้สึกขอบคุณท่านมุ้ยมากๆ ที่เลือกหนูเข้ามา เป็นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องนี้ แล้วก็ได้รับบทเป็นเม้ยมะนิก ซึ่งความจริงก็เป็นบทที่หนูอยากเล่นบทบู๊แบบนี้มานานแล้ว เพราะว่าหนูก็ชอบดูอย่าง Charlie’s Angels, Avatar, The Hunger Games คนที่ใช้อาวุธแบบนี้ แล้วก็เป็นนางเอกบู๊อย่างนี้ หนูก็คิดว่าตัวเองก็ทำได้นี่นาเวลาที่ดู ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาส เหมือนได้แสดงความสามารถของตัวเอง และได้โชว์ลีลาการบู๊ในภาพยนตร์ไทย ที่นอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่แล้ว ยังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยที่หนูค่อนข้างภูมิใจมากค่ะ เพราะรู้สึกว่าทุกๆ คนที่มาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้มีความรักในตัวละครที่ตัวเองเล่นสูงมาก ไม่ใช่แค่ว่าเล่นเป็นงานค่ะ คิดว่าทั้งพี่เบิร์ด พี่แอฟ พี่ต๊อด พี่ทราย พี่ปีเตอร์ ทุกๆ คน สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องอื่น คือนักแสดงทุกคนรักในตัวละครของตัวเองมากๆ มีโอกาสที่ดีมากๆที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดประวัติศาสตร์ให้คนไทยได้รู้ค่ะ รู้สึกว่าคนไทยทุกคนควรที่จะมาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะว่านอกจากที่มันจะสนุกแล้ว ดูแล้วครบรส หรือว่าดูแล้วมันส์ ดูแล้วเศร้า เราได้รู้ว่าประเทศไทย กว่าที่จะมาถึงจุดๆ นี้ไม่ใช่อะไรที่มันได้มาง่ายๆ เลย ถ้าเราไม่ได้พระนเรศวร ถ้าเราไม่ได้ทหารเอก ถ้าเราไม่ได้คนไทยที่ช่วยกันในกองทัพในตอนนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันเราจะอยู่ไหนกันในตอนนี้ ซึ่งอาจจะไม่มีประเทศไทยก็ได้ค่ะ ก็เลยอยากให้ทุกคนไปดูกันเพื่อที่จะได้รู้จริงๆ ว่าความสำคัญของกษัตริย์ และความสำคัญของความร่วมมือร่วมใจของคนไทยสมัยนั้น รู้สึกภูมิใจมากๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพของพระนเรศ และก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับคนที่รักในการทำงานมากๆ ทุกคน  ไม่ว่าจะเป็นท่านมุ้ยพี่ต๊อดพี่เบิร์ด ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานตั้งแต่ช่างไฟไปจนถึงกองสวัสดิการนะค่ะก็รับรู้ได้เลยว่าทุกคนรักในภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ

 

Gallery ปันปัน ?เต็มฟ้า กฤษณายุธ? รับบทเป็น เม้ยมะนิก ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อวสานหงสา

50 51
 


::Comment::

::::::::: ไม่มีการ Comment :::::::::



::ส่วนแสดงความคิดเห็น::

----------Login ก่อนทำการ Comments----------







::Top View::
News View

Thailand Box Office 14-17 ส.ค....
19,125

Thailand Box Office 11-14 ธ.ค....
17,935

Thailand Box Office 8-11 ม.ค. ...
17,723

Thailand Box Office 22-25 พ.ค....
17,713

Thailand Box Office 10-13 เม.ย...
17,699

Thailand Box Office 25-28 ธ.ค....
17,673

เผยเรื่องย่อ “ตำนานสมเด็จพระนเ...
17,565

Thailand Box Office 21-24 ส.ค...
17,526

Thailand Box Office 2-5 ม.ค. 2...
17,399

Thailand Box Office 13-16 ก.พ....
17,342

“ชั่วฟ้าดินสลาย” จัดรอบพิเศษ ...
16,750

Hercules...
12,204

ESCAPE PLAN / แหกคุกมหาประลัย...
12,162

Thailand Box Office 3-6 เม.ย. ...
11,142

สรุปให้ฟังอีกที 20 อันดับหนังท...
7,748